เรื่องสั้นจากเมืองจีน..‘เพียงฉันที่ไม่ได้กินฟรี’ ผู้แต่งใช้นามแฝงว่า ‘ภรรยาคุณเลี่ยว’

วันนี้เป็นวันสุดสัปดาห์ พวกเพื่อนๆ สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยม
ได้นัดชุมนุมพบปะสังสรรค์กันที่ภัตตาคารเทียนอัน
นับตั้งแต่สำเร็จการศึกษา
พวกเพื่อนเก่าได้นัดพบปะกันสม่ำเสมอ
มีแต่ฉันเท่านั้นที่ขาดการติดต่อกับพวกเพื่อน

ฉันทำงานวาดภาพผลิตภัณฑ์ในโรงงานแห่งหนึ่ง
ฉันและสามีต่างก็ช่วยกันทำมาหากินเลี้ยงดูครอบครัว
ด้วยรายได้ที่ไม่มากนัก ความจริงฉันตั้งใจจะไม่ไปร่วมงานเลี้ยง
แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธเพื่อนๆได้ ก็เลยต้องรับปาก

สามีของฉันยุ่งอยู่กับการทบทวนบทเรียนให้ลูกชาย
ซึ่งลูกชายของเรากำลังเตรียมตัวเข้าเรียนชั้นมัธยม
เพื่ออยากให้ลูกชายได้เรียนในโรงเรียนมัธยมที่ดีมีชื่อเสียง
พักนี้สามีต้องวิ่งเต้นเข้าหาผู้บริหารโรงเรียน
ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังไม่ทราบผลว่าสำเร็จหรือไม่
ก่อนออกจากบ้านฉันเหลือบมองดูลูกชายแล้วจึงเดินออกไป

ภัตตาคาร เทียนอัน เป็นภัตตาคารหรูชั้นหนึ่ง
เมื่อฉันเดินเข้าไปห้องที่จองไว้ พวกเพื่อนๆ มากันครบแล้ว
ทักทายฉันเกรียวกราวยังไม่ทันได้นั่ง
ต่างก็แย่งกันยื่นนามบัตรให้ฉัน
พลิกดูนามบัตรแต่ละคนต่างก็มีตำแหน่งใหญ่โต
เป็นผู้จัดการ ผู้บริหาร ต่างๆ
แม้กระทั่งอาฮุยซึ่งเรียนไม่เอาใหนที่สุด
สอบได้ที่โหล่ ก็ยังได้เป็นตำรวจ เป็นผู้กำกับสถานีตำรวจ

มองดูอาหารที่พนักงานเอามาเสิร์ฟ
ฉันหูตาลายไปหมด นั่งนึกสงสารตัวเองที่ผ่านๆมา
ไม่เคยได้ลิ้มรสอาหารพวกนี้เลย
คำนวนในใจค่าอาหารโต๊ะนี้มีมูลค่าเท่ากับรายได้ของฉัน
ถึง ๓ เดือนทีเดียว

อาฮุยตำรวจทำตัวเหมือนเจ้าภาพงานเลี้ยงนี้
ชักชวนเพื่อนๆให้กินกันไม่หยุด และรินเหล้าแจกทุกคน
คีบอาหารให้คนโน้นคนนี้ ปากก็พูดไม่หยุดว่า..
“กิน พวกเรากิน มื้อนี้ผมจัดการเอง ไม่ต้องห่วง”
พรรคพวกทุกคนไม่มีไครขัดศรัทธา
ทั้งกินทั้งดื่มสนทนากันอย่างสนุกสนาน

เมื่อสมควรแก่เวลา หลังจากที่กินกันอย่าง อิ่มหนำสำราญแล้ว
ก็เป็นเวลาที่ต้องแยกย้ายกลับกัน
ฉันสังเกตุดูไม่มีไครแสดงความใจกว้างที่จะเป็นผู้เคลียร์จ่ายค่าอาหาร
ในที่สุดอาฮุยควักโทรศัพท์ออกมา
กดหมายเลขแล้วพูดว่า..
” เสี่ยวหลี่ คืนนี้ออกไปจับกุมกวาดล้างได้อะไรไหม..เออ ดี ดี ”
ส่งมาพบผมที่ภัตตาคาร เทียนอัน สักคน
ให้มาช่วยจ่ายค่าอาหารหน่อย”

พูดจบเขาก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าด้วยความภาคภูมิใจ
พวกเพื่อนก็เฮด้วยความสนุกสนาน
ต่อมาไม่ถึง ๑๕ นาที ก็มีชายวัยกลางคนผลักประตูเข้ามา
พอเห็นยอดเงินในใบเสร็จก็หน้านิ่วคิ้วขมวด
ดูเหมือนว่าเงินสดเขามีไม่พอจ่าย

เขาควักโทรศัพท์ออกมาพร้อมทั้งกดโทรพูดว่า
“คุณเลี่ยวหรือครับ ผมครูใหญ่หม่านะครับ
เรื่องลูกชายของคุณที่ฝากมาเข้าโรงเรียนมัธยมของผมนั้น
เป็นอันว่าผมตกลงรับไว้แล้วนะครับ
แต่พอดีวันนี้ผมเชิญเพื่อนๆ มาเลี้ยงอาหาร
อยากขอให้คุณมาช่วยจ่ายค่าอาหารได้ใหมครับ
ผมอยู่ที่ภัตตาคารเทียนอัน ห้อง ๒๐๓ ….”

หลังจากนั้นประมาณ ๒๐ นาที มีคนมาเคาะประตู
พอประตูเปิดออกมา
ทันทีที่เห็นสามีที่ใส่แว่นสายตาหนาเตอะของฉัน คือผู้เดินเข้ามา
ฉันเป็นลมล้มฟุบลงทันที

โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ